vorarat's profileโลกสีเทาPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
โลกสีเทาเพราะเราอยู่ระหว่างขาวกับดำ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม เข้ามาเขียนสมุดเยี่ยมก็ดี(",)
November 13 30 วิธี เผาผลาญแคลอรี่ใน 30 วันการเผาผลาญแคลอรีสำหรับบางคนแล้วอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ระบบเผาผลาญอาหารต่ำ และไม่มีเวลาออกกำลังกาย ต่อไปนี้คือ 30 วิธีที่จะทำให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้ง่ายๆ (ไม่มากก็น้อย) ภายใน 30 วัน 1. ตื่นขึ้นมายืดเส้นยืดสาย โน้มตัวลงใช้มือแตะสลับเท้า รวมทั้งจัดเตียงและพับผ้าปูที่นอนให้เข้าที่เข้าทางและดูเรียบร้อยทุกวัน แค่ 20 นาที ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สวย 2. ยืดเวลา "ยืน" แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันให้นานขึ้น 3. จัดห้องด้วยตัวเอง ถึงเวลาเสียทีสำหรับการตกแต่งห้องใหม่ เริ่มด้วยการย้ายรูปภาพ เลื่อนตำแหน่งโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา โคมไฟ และอะไรก็ตามที่จะทำให้คุณเสียเหงื่อมากกว่าการนอนนิ่งอยู่บนโซฟา 4. ดูดฝุ่นด้วยตัวเอง เปลืองเวลาแค่ 20 นาทีครับ ทำตอนดึกๆ หรือหลังกลับจากที่ทำงานก็ได้ 5. ตัดใจและจัดการทิ้งข้าวของที่ไม่ใช้ เช่น กระดาษ และแมกกาซีนกองโตที่ตั้งเรียงสูงเกือบถึงเพดาน 6. รักษาโลกสีเขียวของทุกคนด้วยการแยกขยะออกเป็นประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระป๋อง แก้ว ขยะมีพิษ และขวดพลาสติก 7. เมิน "Car Care" หรือร้านล้างรถชั่วคราว แล้วหันมาล้างรถด้วยตัวเองที่บ้านของคุณ 8. ตกแต่งกิ่งก้าน ดึงวัชพืช รดน้ำต้นไม้ รวมถึงซ่อมรั้วที่คุณจดๆ จ้องๆ จะซ่อมมานาน 9. ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข อย่าลืมพามันออกวิ่งและเที่ยวใกล้ๆ บ้าน ส่วนใครที่ไม่รักสัตว์ คุณยังมีเครื่องเล่น MP3 และเพลงเพราะๆ จากหูฟังดีๆ ที่จะช่วยให้คุณวิ่งหรือเดินได้นานขึ้นกว่าเดิม 10. ใช้รถเข็นซื้อข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าไม่เคยทำ เราอยากให้คุณลองซื้อของใช้เข้าบ้านสัปดาห์ละครั้ง ใช้เวลาเดินให้นานขึ้น ลองดูครับ เข็นแล้วเดินไปรอบๆ อย่างน้อย 20-30 นาที 11. จอดรถของคุณไว้ที่บ้าน แล้วเดินหรือใช้รถสาธารณะแทน 12. หนังสือที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้อ่าน แกะออกจากถุงดีกว่าครับ ใช้เวลานิดหน่อยจัดเรียง และถ้าชั้นวางของไม่พอก็วางแผนต่อชั้นวางใหม่ด้วยตัวเองเสียเลย 13. ถ้าเล่นดนตรีเป็น ลองเล่นดนตรีชิ้นโปรด โดยเฉพาะแซ็กโซโฟน เปียโน และกลอง แต่ถ้าไม่สะดวก ลองเปิดเพลงโปรดแล้วเต้นดูก็ได้ครับ หรือจะโค้งเชิญคนรู้ใจที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ให้ลุกขึ้นมาขยับด้วยก็ได้...ไม่ว่ากัน 14. หลังจากกดปุ่ม "Start" พยายามปลีกตัวออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ เดินไปไหนมาไหนในบ้านบ้าง บางครั้ง คุณก็ควรปล่อยวาง และใช้เวลา 25 นาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับการเช็กอี-เมล์ 15. อาสาล้างจานแทนสาวๆ หลังจบงานปาร์ตี้ที่บ้านของเธอ 16. ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้สุภาพสตรี 17. เดินทักทายเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องในแผนกในบางโอกาส 18. กินอาหารกลางวันนอกที่ทำงาน แทนการซื้อเข้ามา โดยไม่ได้ลุกออกไหนเลย 19. เดินดูสินค้าในแผนกเครื่องเสียงหรือแผนกไอที 20. ถ้าคุณมีความสามารถในด้านการทำอาหาร หรืออย่างน้อย ก็อุ่นอาหาร ใช้เวลาในการทำกิจกรรมนี้สักประมาณ 20 นาที 21. ในการขึ้น-ลงไม่กี่ชั้นในสำนักงาน คุณควรเลือกใช้บันได แม้แต่ในบ้านก็ใช้บันไดในการออกกำลังกายได้ด้วยการเดินขึ้น-ลงเป็นเวลาประมาณ 5 นาที 22. ในงานเลี้ยง การนั่งอยู่ที่โต๊ะโดยไม่ลุกไปไหน นอกจากจะทำให้คุณเป็นคนไม่น่าสนใจแล้ว ไขมันของคานาเป้ แซนด์วิชแฮมชีสและเบียร์ที่คุณดื่มยังทำให้ไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย ทางที่ดีคุณควรลุกขึ้นมาขยับและเริ่มบทสนทนาเดินคุยกับผู้คนหน้าใหม่ๆ หรือไม่ก็หันมาโชว์สเต็ปทันทีที่ได้ยินเพลงโปรดของตัวเอง 23. ถึงจะเป็นงานของผู้หญิง แต่คุณก็สามารถพับหรือรีดเสื้อผ้าที่คุณใช้อยู่เป็นประจำได้ 24. ถ้าคุณเป็นคนชอบดูรายการโทรทัศน์ อย่าลืมลุกไปทำโน่นทำนี่ทุกครั้งที่มีโฆษณา 25. หาซื้ออุปกรณ์ง่ายๆ อย่างดัมเบลล์ หรือเสื่อโยคะติดบ้านไว้ อาจรวมถึงเครื่องชั่งน้ำหนัก สำหรับคนที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินอย่างจริงจัง 26. การบิด สะบัด และตากเสื้อผ้าเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดี แม้ว่าคุณจะซักด้วยเครื่องตามปกติ 27. เป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว ด้วยการอาสาทำงานออกแรงที่สุภาพสตรีไม่ถนัด 28. เดาะบอลที่สนามหลังบ้าน หรือไม่ก็วิ่งบนลู่วิ่งเก่าเก็บที่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้งาน 29. "ยืน" คุยโทรศัพท์กับเพื่อนเรื่องพรรคการเมือง "พรรคนั้น" เรื่องฟุตบอลแมตช์ที่ผ่านมา หรืออ่านบทความสำคัญใน Forbes ไปจนจบ ใช้เวลา 22 นาทีก็น่าจะลงตัว 30. และสำหรับข้อสุดท้ายที่หลายคนสนใจมีวิธีการง่ายๆ ต่อไปนี้ คือ คุณสามารถงีบหลับไปได้ 45 นาที ซึ่งจะช่วยเผาผลาญได้ถึง 50 แคลอรี จากการสูดอากาศหายใจ ก็อย่างที่คุณรู้น่ะครับ แค่ขยับ..ก็เท่ากับออกกำลังกาย November 10 วันที่ 300 เรื่องราวอัพเดต..><*1 ช่วงนี้ซ้อมมหาลัยหนักเหลือเกิน วันจันทร์นี้ก็จะรู้ผลแล้ว ว่าจะมีชื่อติดทีมรวมดาราหรือไม่
2 ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไรมายเกรนขึ้นบ่อยเหลือเกินตู ปวดหัวชิบ
3 คอมมหาลับช่วงนี้ยังเจ็งบ๋งอยู่เลยง่ะ ห่วยขริงๆพับพ่า
4 ชื่อเว็บที่เราเคยทำไว้ นะบัดนี้โดนคนอื่นเอาไปเป็นเจ้าของแล้วแหละ เสียดายจริงๆเลยง่ะ เว็บตู
5 ใกล้จะสอบแล้วเรา ไอ้ที่เลื่อนสอบไป ตอนนี้จะต้องสอบแล้วง่ะ เซ็งจัง
6 แล้วเทอมนี้ขอบอกลงไม่ได้ดังหวัง ต้องลงไป 9 ตัว ปวดหัวใจสุดๆ
7 ช่วงนี้ไม่ค่อยเจอนู๋บิวเลย ต่างคน ต่างเรียนไม่มีเวลาเลย แงๆ เวลาไม่เคยพอเลย อีกไม่กี่เดือนเองง่ะ เศร้า
8 แล้วช่วงนี้เพื่อนเราก็พากันติดทีมชาติกันไปหมด เหงาเว้ย
9 ส่วนเพื่อนแต๊ะใกล้กลับมาแล้ว เป็นข่าวดีจริงๆ
คิดถึงนู๋บิวจังเลย เค้ารักตัวเองน้า ก็พี่..เป็นพี่ของผมนี่ครับฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่งไกลผู้คน แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ ของฉันมีกัน จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน "ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า "ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ" พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้....แล้วพูดว่า "ผมขโมยเองครับ" ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน " ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแ กจะทำชั่วอะไรอีก แกน่าจะโดนตีให้ตาย *คุณ*หัวขโมย" คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้ หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า " พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว" ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ หลายปีผ่านไป แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี... เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า " ลูกเราทั้งคู่เรียนดีเรียนดีมากนะ" แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า "แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน" ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า " ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว" พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่ "ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้" คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ ทั่วทั้งหมู่บ้าน....เพื่อขอยืมเงิน ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า " ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้" แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ ใครจะรู้ได้ ....... วันต่อมาในตอนเช้ามืด น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ " พี่ครับ การจะเข้ามหาวิท ยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ .... ผมจะไปหางานทำ...แล้วจะส่งเงินมาให้พี่" ฉันนั่งอยู่บนเตียง อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ....... ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี ..... ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็น กรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ ....... ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3 วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า "มีชาวบ้านมาหาเธอ...อยู่ข้างนอกแน่ะ" ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ![]() ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง ... ฉันถามเขาว่า "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ" น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ ก้อได้หัวเร าะเยาะพี่กันพอดี" ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ " พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม" จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน แล้วพูดว่า "ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง" ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี . วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก ฉันสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ" แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า " แม่ไม่ได้จ้างหรอก...น้องชายลูกต่างหาก วันนี้เค้าขอเลิกงา นเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ" ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม "ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ และ..." น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด เพราะฉันหันหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง "เพราะพี่เป็นพี่สาวของผมนี่ครับ" ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี... หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน... แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง แต่เมื่อออกไปแล้ว ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้ย้า ยกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ... เขาบอกกับฉันว่า "พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง" สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท ... แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้ เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา ... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า " ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!! ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้ ดูตัวเองซิ...เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง" คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขย เพิ่งจะได้เป็นประธาน ส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด" น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย ..... ฉันบอกกับน้องว่า "แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..." "ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ" น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี... เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ทำงานที่เดียวกัน ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า " ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้" น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" ..... และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้ "ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม. เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้าน วันหนึ่งในวันที่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้าง เดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ .......นับจากวันนั้น ผมสาบานกับตัวเอง ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี และจะทำดีกับเธอ" เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ....... "ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ" ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้ น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง... จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขา คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง .. ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม จบบริบูรณ์.... ปล.ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปีตำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทฮุนไดและในเครือกว่า 20 บริษัท ส่วนน้องชายอายุ 83 ปีเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า "ซัมซุง" และเรื่องราวของท่านทั้ง 2 คนกำลังถูกนำมาสร้างเป็นซี่รี่ย์ โดยดาราเล็กๆ คนคือ ซอง เฮ เคียว และ ลี ดอง ฮุคครับ November 06 วันที่ 299 กูดวงซวยหรือคอมมหาลัยเฮงซวย ><*วันนี้อยู่มหาลัยแต่เช้า เซ็งชิบเลย มาเล่นคอมที่ห้องสมุด เปิดคอมหลายเครื่อง แม่งเล่นไม่ได้สักเครื่อง เป็นอะไรก็ไม่รู้ คอมในห้องสมุดอย่างเยอะ แต่ก็เล่นไม่ได้
ก็เลยย้ายไปเล่นที่ห้องไซเบอร์ เหมือนเดิม เล่นไม่ได้ จนในที่สุดหาไปเรื่อยๆก็ได้เล่นจนได้ น่าเบื่อจริงๆเลย เฮ้อคอมตั้งเยอะ ใหม่ก็ใหม่ แต่เล่นไม่ได้ คนเซ็งกันทั้งมหาลัย
ช่วงนี้ก็วุ่นวายนิดหน่อย ในที่สุดก็มีหอเป็นของตัวเอง ย้ายหอมาอยู่ พี่เจ้าของก็ใจดี หอเค้าก็ยังไม่เสร็จแต่ห้องเราอยู่กันห้องแรกเลย ช่วงนี้ก็ยังมีรายการแข่งขันอยู่ รักบี้รวมดารา
ยังไงก็อาจจะไม่ค่อยว่างนะ ไม่ค่อยได้เล่นเน็ตเลย คงอีกสักพักแหละได้เล่น ไปและ เบื่อคอมมหาลัยจัง คิดถึงนู๋บิวที่สุดเลย รักนู๋บิวจังฮับ October 23 วันที่ 298 ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหว..มันคงห้ามไม่ไหวช่วงนี้เหงา เนื่องจากมีคนไม่อยู่กลับบ้าน ทำให้คิดถึงมากมาย เราก็เลยกลับบ้านบ้าง
ช่วงที่อยู๋ที่นี่ก็ไม่ได้เจอกัน เพราะเค้าเรียนๆๆ งานก็เยอะๆ ทำให้ต้องทำงานตลอด
ช่วงที่ผ่านมานี่ก็สอบอีก เฮ้อ ทำไงได้หล่ะเนอะ น้องเค้าจะจบแล้วนี่ แต่เราหล่ะ ต้องจบดิ!
ช่วงนี้ก็เลยเหงา เลยได้แต่ร้องเพลงหมอโอ๊ค ได้แต่ร้องนะ เพราะหน้าตาไม่ได้ อิอิ หวังว่าจะพ้น
ช่วงนี้ไปได้นะ อีกไม่กี่วันแล้ว คิดถึงนู๋บิวจัง ที่จริงมีเรื่องเยอะกว่านี้ แต่ไว้อัพวันหลังเนอะ
ช่วงๆคิดถึงนู๋บิวคับ อิอิ October 08 วันที่ 297 ดวงซวยจริงๆหลังจากไม่ได้เข้าชิงรักบี้ ถึงจะชนะจุฬาก็เหอะ แต่แต้มได้เสียก็ไม่พอให้เข้าชิง เฮ้อ
พออีกไม่กี่วัน หลังพารถไปทำหล่อ ก็เคลือบสีรถน่ะแหละ ก็โดนรถถอยมาชนอีก
ซอยบ้านแท้ๆ เฮ้อ ถึงจะไม่ต้องจ่ายก็เหอะ แต่เสียเวลาชิบ ข้างหน้าบุบนิด กันชนดุ้ง
แล้ววันนั้นพอเสร็จขากลับมหาลัย ไม่รู้เป็นไร รถคันหน้า หลายคันขับประสาอะไรก็ไม่รู้
เบรกซะเกือบชนตั้ง3-4ครั้ง ตั้งหลายคันแน่ะ ฝนก็ตกอีก เฮ้อ กำ พอจะไปกินข้าวที่ร้าน
ก็ปิดอีก ทั้งสองร้านเลย เฮ้อ ไม่รู้เป็นไรทั้งวัน มีเรื่องเดียวก็คือได้อยู่กับที่รัก อิอิ
ยังไงก็รักนู๋บิวคนเดียวในโลก และจะรักๆๆตลอดไปนะคับ ตั้งใจอ่านหนังสือน้า
ปล ถึงเพื่อนๆน้อง ตั้งใจอ่านหนังสือน้า ได้เอ สู้ๆ October 03 วันที่ 296 ความรักของเราขอให้เป็นเหมือนเดิม..รักนู๋บิวตลอดไปที่ขึ้นหัวมาแบบนี้ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ว่าลองมคิดๆดู ก็อยากให้เรารักกันอยู่อย่างนี้ตลอดไป
ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่รู้แค่ว่า รักนู๋บิวตลอดไป
บางทีเราก็ง้องแง้งๆแต่ก็พยายามแล้วหล่ะ เหลือเวลาอีกแปปเดียวก็จะหมดเทอมอีกแล้ว
เวลาไม่เคยพอเลยสำหรับเรา เฮ้อรักนู๋บิวครับ
จะสอบแล้วตั้งใจอ่านหนังสือน้า นู๋บิว September 20 วันที่ 295 เหตุเกิดจากความเหงาอีกแล้ว..TT คิดถึงนู๋บิวจังหายจากอินเตอร์เน็ตไปนานมากๆ ที่จริงก็ไม่กี่วันอ่ะนะ แต่โดยปกติก็เล่นประจำ
มีเรื่องราวมากมายจริงๆสำหรับที่หายไป ตอนนี้กลับมาที่กรุงเทพแปปเดี๋ยวก็กลับไปอีกแล้ว
กลับมาทำธุระแล้วก็กลับมาหาสุดที่รักของเรา ตอนเดินทางเดินทางไปโดยเครื่องบินวันทูโก
พอรู้ข่าวหลังจากนั้นประมาณ 3-4 วันก็ตกใจที่เกิดเหตุการณ์หน้าเศร้าขึ้น อีกอย่างเป็นสายการบินเดียวกัน
แต่ก็นะ มันน่ากลัวอ่ะ ไปอยู่ที่นู่นก็ได้ลงแข่ง 2 นัดแล้ว วางทรัยด้วยแหละ 2 นัดเลย ถล่มชาวบ้านเค้า
83-0 กับ 95-0 อันหลังนี่เป่าหมดเวลาก่อน ที่จริงจะเล่นดีกว่านี้ถ้ามีสุดที่รักไปด้วย
ตอนแรกก็สองจิตสองใจว่าจะเล่นไหวไหม แต่ก้เล่นระวังๆเพราะมือเราหัก! มือหักแต่ก็ด้วยความที่อยากเล่น
และมันก็ส่งผลออกมาดี เพราะเราระวังตลอด อยู่ที่นู่นเหงานะถึงจะมีเพื่อนรอบๆกลาย แต่ไม่มีใครรู้ใจเท่านู๋บิว
ไม่มีใครดีเท่านู๋บิว ที่จริงก็ไม่อยากไปนะ เป็นห่วงนู๋บิว และก็ไม่อยากอยู่ห่างนู๋บิวเลย นี่ก็นั่งวันทูโกกลับมาอีกรอบ
ทำธุระเสร็จก็รีบกลับมาหานู๋บิวเลย คิดถึงใจจะขาดอยู่แล้ว
ถึงนู๋บิว
เค้าไม่อยู่ก็ดูแลตัวเองน้า
คิดถึงนู๋บิวที่สุดเลย
รักนู๋บิวมากครับ September 06 วันที่ 294 รักนู๋บิวจัง วันนี้ฝนตกอีกแล้ว ช่วงนี้ขายของไม่ค่อยดีเลย
เพราะว่าฝนตก แล้วร้านในซอยยังเยอะอีก
มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอ่ะนะ แล้วช่วงนี้ก็มีแข่งรักบี้ ตอนนี้
ทั้งหน้าบวม (ข้างเดียวกับหางคิ้วแตก) ยิ่งไม่หล่อเข้าไปใหญ่
มือก็บวมมาก (มีคนบอกแขน มิคกี้เมาส์) กำเลยตู
ไม่รู้ว่ากระดูกร้าวหรือป่าว จะไปหาหมอแล้ว กลัวเปลืองตัง
ยังไงก็ไปช่วยกันซื้อเบอรเกอร์หน่อยน้า
อาทิดหน้าก็คงต้องไปแข่งกีฬาแห่งชาติแล้ว แง้วๆ
รักนู๋บิวจัง แอบเห็นทำรูปให้เราด้วย น่ารักจริงๆ
ปล.ดีใจนะเจอฝ้ายกับน้องส้มอะ หายคิดถึงไปนิดนึง มาอุดหนุนบ่อยๆนะ อิอิ
ตัวอย่างคำแสลงยอดฮิต ฉบับวัยโจ๋.... copy...คำแสลง ความหมาย แอ๊บแบ๊ว กิริยาอาการแบบไร้เดียงสา เด็กแวนซ์ กลุ่มเด็กที่ชอบซิ่งจักรยานยนต์ แวนซ์ มาจากเสียงบิดเครื่องจักรยานยนต์ เอ้าท์ เชย ล้าสมัยตกกระแส อ่ะนะ เป็นอย่างงั้นเหรอ (เป็นภาษาสนทนาโต้ตอบในการเล่น MSN) ตู้, อึบ, ทึก เด็กเรียน แกสบี้ แก่มาก เกิร์ป โง่ กิ๊บ เจ๋ง แท่ม พูด ห่าน สาวสวยมากๆ โจ๊ะ สนุกสนาน จิ๊บ ดีใจ หรือเวลาเจอหนุ่มหล่อ จีว่า เวลาเห็นใครแต่งตัว หรือ แสดงออกเกินความจำเป็น ปาดหน้าเค้ก ถูกเหยียดหยาม สตรอเบอร์รี่ ตอแหล (ตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็นสาวหวานเสียอีก) สลัมบอมเบย์ ต่ำสุดๆ เซี๊ยะ ยุยง ชิซูกะ ตะกละ กินไม่เลือก เหนี่ยว ต่อย ทำร้ายร่างกาย ชอบใช้ในประโยคที่ว่า "เดี๋ยวปั้ดเหนี่ยวเลย" ไปล้างมุ้งลวด ไปไกลๆไม่ไหวแล้ว เด่ะ จริงเหรอ โออิชิ กิดอาการชา ในขณะที่เจอเหตุการณ์ไม่ดี โอ้ว! จอร์จ มันยอดมาก คำอุทาน ในอารมณ์ที่รู้สึกแปลก หรือ เจอเหตุการณ์ดีๆ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด คำอุทานเวลาประหลาดใจ เพียวเค็ม คนที่งกมากๆ ออนป้า แสดงบุคลิกเป็นป้าสู่สายตาประชาชน หรูไฮ ดูดีมีฐานะ เบๆ ง่ายๆ ทำได้อย่างสบายๆ สลิ่ม สีสันเสื้อผ้าที่ตัดกันมากเช่น เขียวกับชมพู สวยเป๋อ ผู้หญิงสวยแต่ซุ่มซ่าม ด๋อย เชยๆ เสี่ยวๆ กิ๊ก มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน กั๊ก แฟนของกิ๊ก โอ มาจากคำว่า โอเค แปลว่า ตกลง (ผมไม่ชอบฟังคำนี้เลย งง) ชิลๆ มาจากราศัพท์ chill แสดงถึงอาการสบายๆ เรื่อยๆ (ตอนแรกคิดว่ามาจาก ชิ้ลเดิ้นๆ หรือ เด็กๆ) ปู๊ แฟน ซับโบร๋, ซับแหมน หวัดดี (อันนี้ฟังแล้วรู้สึกออกไปทางนิโกร) โปร คนที่เราแอบชอบ |
|
|||||||||||||
|
|